วิธีรักษาอุปกรณ์ไอที ในภาวะน้ำท่วม

วันที่ ๑๕ พฤศจิกายน ๒๕๕๔

…บทความทางวิชาการ…

จากสถานการณ์น้ำท่วมที่ทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ในพื้นที่ กทม.และปริมณฑล การเตรียมพร้อมเป็นสิ่งสำคัญมาก ทั้งเสื้อผ้า ยารักษาโรค อุปกรณ์ที่จำเป็นในการดำรงชีวิต และอุปกรณ์ในการติดต่อ “ไอที” ทั้งหลาย ควรเตรียมป้องกันไว้บ้าง เพื่อที่จะช่วยให้อุปกรณ์เหล่านั้นปลอดภัยจากน้ำท่วม ทั้งมือถือ โน้ตบุ๊ก และ mp3 ถ้าไฟฟ้ายังใช้ได้ ควรชาร์จแบตให้เต็มเผื่อไว้อยู่เสมอ หากใครมีแบตสำรอง งัดออกมาชาร์จไว้ให้เต็มด้วยนะครับ ไม่ว่าจะเป็นมือถือ หรือโน้ตบุ๊กก็ตาม

นอกจากนี้ ควรเก็บข้อมูลเบอร์โทร.ติดต่อฉุกเฉิน บันทึกลงเครื่องไว้ เพราะเป็นเรื่องง่ายๆ ที่สามารถทำได้เลย หากน้ำมาเยอะหรือโดนตัดกระแสไฟฟ้า จะหาที่ชาร์จได้ยาก หรือถ้ามี wifi account ที่เปิดให้ใช้งานทั่วไปตามถนนหรือพื้นที่สาธารณะ ควรจดบันทึกไว้ หรือเซฟไว้ให้ครบถ้วน หากต้องออกนอกพื้นที่ หรืออพยพออกจากบ้าน อย่างน้อยจะได้ไปใช้งานอัพเดตข่าวสารในพื้นที่ด้านนอกต่อได้ เผื่อไว้ในกรณีที่น้ำท่วมไล่หลังไปเป็นระยะๆ และเอาไว้ยามต้องการขอความช่วยเหลือได้ด้วย

ขณะที่ PC (คอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ) หากยังไม่ได้ยกเครื่องให้สูง ถ้ามีข้อมูลสำคัญ ให้เตรียมเก็บเผื่อสำรองไว้ในอุปกรณ์ที่สามารถบันทึกงานได้ภายนอก กรณีที่แย่ที่สุดคือ น้ำท่วมเครื่องชอร์ต อย่างน้อยงานการต่างๆ จะไม่สูญหาย และเก็บสายชาร์จอุปกรณ์ต่างๆ ที่จำเป็น โดยเฉพาะมือถือ ใส่ถุง หรือวางไว้ใกล้ๆ หากมีที่ชาร์จจากรถยนต์ได้ก็ดี เพราะหากในพื้นที่ตัดไฟแล้ว ก็สามารถไฟชาร์จจากรถยนต์ได้

ที่สำคัญคือ มือถือ ควรใช้ให้ประหยัดไฟมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพราะไม่รู้เมื่อไหร่จะได้ชาร์จอีกครั้ง ดังนั้น หากไม่ใช้แล้ว ให้ปิดหน้าจอ ปิดไวไฟ ปิดเน็ต เพราะสิ่งเหล่านี้เวลาที่ทำงานอยู่จะกินแบตมากที่สุด ไฟหน้าจอหากปรับได้ ปรับให้สว่างน้อยที่สุดจะยิ่งดี

แต่ถ้าอยู่ในสภาวะที่แบตจะหมดแล้ว หรือใกล้หมด และยังไม่เห็นที่ชาร์จ แนะนำให้ปิดเครื่อง และเปิดเมื่อจำเป็น ถ้าขอความช่วยเหลือจากหน่วยงานใดไว้ ให้นัดหมายเวลาโทร.เช็กหรือโทร.กลับให้ดี เช่น อีกสามนาที อีกห้านาที โทร.กลับ จะสามารถช่วยได้อย่างยิ่ง โดยเฉพาะเวลาอยู่ในภาวะฉุกเฉินหรือรอการช่วยเหลือ
โดยเบื้องต้นของการแก้ปัญหา หากอุปกรณ์เหล่านี้โดนน้ำ หรือจมน้ำ!! ควรรวบรวมสติแล้วรีบเก็บอุปกรณ์ไอที เช่น โทรศัพท์มือถือหรือเครื่องเล่น mp3 นั้น ขึ้นมาและรีบเอาผ้ามาเช็ดตัวเครื่องด้านนอกให้แห้งโดยเร็ว ห้ามกดปุ่มเปิด-ปิดเครื่องก่อน เพราะจะทำให้ไฟชอร์ตได้ จากนั้นแกะนำแบตเตอร์รี่และชิ้นส่วนต่างๆ ที่ถอดได้ออกทันที และใช้ผ้าแห้งเช็ดให้แห้งโดยด่วนทั้งอุปกรณ์ที่ถอดไป และในตัวเครื่องให้แห้งโดยเร็วยิ่งดี

อย่างไรก็ตาม ไม่ควรใช้ไดร์เป่าผม หรือนำมือถือมาตากแดดเด็ดขาด เพราะอาจทำให้อุปกรณ์ได้รับความเสียหาย แต่วิธีสมัยโบราณที่ยังใช้ได้ก็คือการนำอุปกรณ์ไอทีไปใส่ในถังข้าวสาร ที่มีฝาปิด เพื่อให้ข้าวช่วยดูดความชื้นอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เหล่านี้ให้แห้งยิ่งขึ้น และหลังจากที่แห้งแล้ว ค่อยมาประกอบแล้วเปิดเครื่องทดสอบว่าใช้งานได้เหมือนเดิมหรือไม่ หากทดสอบเครื่องแล้วยังทำงานผิดปกติอยู่ ควรส่งศูนย์ซ่อมทันที

สิ่งที่กล่าวมาทั้งหมดคือการเตรียมความพร้อมในเบื้องต้น แต่ถ้าหากอุปกรณ์ “ไอที” ซึ่งเป็นสิ่งที่อำนวยความสะดวกสบายให้แก่ผู้ใช้งาน ทั้งเครื่องเล่นเพลง mp3 และโทรศัพท์มือถือ หรือโน้ตบุ๊ก โดน “น้ำ” ในช่วงน้ำท่วมแล้ว อาจจะสร้างความลำบากในการติดต่อกับภายนอก หรือถ้าจะรอส่งเข้าศูนย์ซ่อม ก็คงจะช้าไม่ทันการณ์ แนะนำให้ใช้วิธีการแก้ปัญหาเบื้องต้นไปก่อน อาจจะช่วยได้ไม่เต็ม 100% แต่ก็ดีกว่าปล่อยให้มันพังลงอย่างไม่ได้ประโยชน์อะไรเลย

นี่คือสิ่งที่ต้องเตรียมการรับมือทั้งก่อน-หลัง กับสภาวะน้ำท่วมในขณะนี้ เพราะอุปกรณ์ “ไอที” เป็นเครื่องใช้ไฟฟ้า ยิ่งห่างไกลน้ำยิ่งดี ยิ่งถ้าเป็นอุปกรณ์ในการติดต่อสื่อสาร ยิ่งต้องรักษาให้ดีกว่าอุปกรณ์อื่นมาก เพราะจำเป็นต้องใช้ติดต่อขอความช่วยเหลือในยามฉุกเฉิน แต่อย่างไรก็ดี สิ่งที่สำคัญมากที่สุดคือ ชีวิตเรา เอาชีวิตของเราให้รอดก่อนเป็นดีที่สุด.

ที่มา: www.thaibizcenter.com

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *