มติ′ทปอ.′เลื่อนเปิดเทอมมหาวิทยาลัย ตรงสากลปี 57-รับประชาคมอาเซียน หลักสูตรนานาชาติ นำร่องปี56

วันที่ ๒๓ มกราคม ๒๕๕๕

…Studio News…

ที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) ท่าพระจันทร์ กรุงเทพฯ มีมติปรับเวลาการเปิดปิดภาคเรียนให้ตรงกับสากล เพื่อเตรียมพร้อมรองรับการเข้าสู่ประชาคมอาเซียนในปี 2558 ซึ่ง นายประสาท สืบค้า อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี (มทส.) ในฐานะประธานที่ประชุม ทปอ. เปิดเผยว่า ที่ประชุมมีมติปรับเวลาการเปิดภาคเรียนให้ ตรงกับสากล เพื่อเตรียมพร้อมรองรับการเข้าสู่ประชาคมอาเซียนในปี 2558

ที่ผ่านมามีบางมหาวิทยาลัย เช่น มหาวิทยาลัยนเรศวร (มน.) มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) เป็นต้น ได้ปรับเวลาเปิดเทอมในปีการศึกษา 2555 ไปแล้ว ส่วนในปีการศึกษา 2556 ทปอ.มีมติให้ทุกมหาวิทยาลัยที่เปิดสอนหลักสูตรนานาชาติ หรือหลักสูตรที่มีความพร้อมเลื่อนเวลาเปิดภาคเรียนให้ตรงกับสากล คือ เปิดภาคเรียนในช่วงเดือนสิงหาคม-กันยายน และมหาวิทยาลัยที่เป็นสมาชิก ทปอ.ทั้งหมด 27 แห่ง จะเลื่อนเปิดเทอมให้ตรงกับสากลทั้งหมดในปีการศึกษา 2557

“ภายในปีการศึกษา 2556 ทปอ.จะตั้งคณะกรรมการขึ้นมาศึกษาผลกระทบในเชิงสังคม เช่น กรณีที่มีกระแสวิพากษ์วิจารณ์ว่าหากไปเปิดภาคเรียนในหน้าร้อน หรือตรงกับช่วงเทศกาลสำคัญของประเทศไทย อย่างประเพณีสงกรานต์ ทำให้นักศึกษาไม่อยากมาเรียน ซึ่งอาจจะแก้ปัญหา โดยจัดให้ช่วงเวลาดังกล่าวสามารถหยุดเรียนได้เช่นเดียวกับที่ต่างประเทศให้ หยุดในช่วงเทศกาลคริสต์มาส เป็นต้น” นายประสาทกล่าว

นายประสาทกล่าว อีกว่า ทปอ.จะไปหารือร่วมกับหน่วยงานที่จะได้รับผลกระทบจากการเลื่อนเปิดภาคเรียน ของมหาวิทยาลัย ไม่ว่าจะเป็นที่ประชุมอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏแห่งประเทศไทย (ทปอ.มรภ.) ที่ประชุมอธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (ทปอ.มทร.) สมาคมสถาบันอุดมศึกษาเอกชนแห่งประเทศไทย (สสอท.) สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) รวมทั้งสภาวิชาชีพต่างๆ เช่น กลุ่มแพทยสภา สภาวิศวกร สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) ฯลฯ ซึ่งมีหน้าที่ออกใบประกอบวิชาชีพให้กับผู้ที่จบการศึกษา สามารถออกไปทำงานได้อย่างถูกต้อง โดยปกติการออกใบประกอบวิชาชีพของสภาวิชาชีพเหล่านี้ จะล้อไปตามปฏิทินการเปิดภาคเรียนของมหาวิทยาลัย ดังนั้น กลุ่มสภาวิชาชีพดังกล่าว คงต้องเลื่อนการสอบออกไปด้วย

ประธาน ทปอ.กล่าวอีกว่า ที่ประชุมยังได้พิจารณาฟื้นฟูปัญหาที่เกิดจากอุทกภัย อาทิ การฟื้นฟูภาคอุตสาหกรรม ที่ได้ส่งอาจารย์และนักศึกษาจากคณะวิศวกรรมศาสตร์เข้าไปศึกษาแนวทางแก้ไข ปัญหา การดูแลทางสาธารณสุข ปรับปรุงสภาพจิตใจของผู้คน โดยเฉพาะภาคเหนือตอนล่างและภาคกลางตอนบน ที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย ทำให้เกิดความเครียดและอาจนำไปสู่ปัญหาการฆ่าตัวตายได้ โดยได้จัดส่งจิตแพทย์ไปฟื้นฟูสภาพจิตใจ แต่ปัญหาใหญ่ที่ทาง ทปอ.เป็นห่วง คือหลายครอบครัวได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์น้ำท่วม จนล้มละลาย ถึงขั้นไม่สามารถส่งเสียลูกให้เรียนต่อได้ ดังนั้น ทปอ.จึงหามาตรการช่วยนักเรียนที่จบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 (ม.6) ให้อยู่ในระบบการศึกษาต่อไปได้ เพื่อไม่ให้ออกไปเป็นปัญหาสังคม เช่น จัดหาทุนการศึกษา หางานให้ทำ ลดหย่อนค่าเล่าเรียนไปจนถึงให้เรียนฟรี เป็นต้น นอกจากนั้นที่ประชุมมีมติแต่งตั้งนายสมคิด เลิศไพฑูรย์ อธิการบดี มธ. เป็นประธาน ทปอ.คนใหม่ แทนตน ซึ่งจะหมดวาระในวันที่ 31 ธันวาคม

นาย สมคิดกล่าวว่า จะสานต่อเรื่องต่างๆ ที่นายประสาท ได้ดำเนินการไว้ โดยเฉพาะการเดินหน้าเปิดภาคเรียนให้ตรงกับสากล และไม่อยากให้คิดว่าการปรับเวลาเปิดภาคเรียนให้ตรงกับประเทศเพื่อนบ้าน เป็นเรื่องของศักดิ์ศรี เพราะผลประโยชน์อย่างแท้จริง คือตัวนักศึกษาเอง และการปรับ ไม่ใช่ปรับให้ตรงกับประเทศอาเซียนเท่านั้น แต่เป็นการปรับให้ตรงกับประเทศแถบยุโรป เช่น ฝรั่งเศส อังกฤษ ซึ่งเปิดภาคเรียนในเดือนสิงหาคมเช่นกัน ขณะเดียวกัน ปัญหาที่หลายฝ่ายกังวล หากเลื่อนเปิดภาคเรียนให้ตรงกับสากลแล้ว จะมีช่วงเวลาปิดภาคเรียนที่นานกว่าเดิมนั้น โดยปกติจะปิดในช่วงเดือนมีนาคม และจะเปิดเรียนในช่วงเดือนพฤษภาคม แต่หากเลื่อนเปิดภาคเรียนให้ตรงสากล จะเปิดในเดือนสิงหาคม ทำให้เด็กมีช่วงเวลาระหว่างที่เตรียมตัวเข้าเรียนปี 1 นานกว่าปกติ ดังนั้น จะแก้ปัญหาโดยให้มหาวิทยาลัยเปิดอบรม เข้าค่าย หรือ สอนปรับวิชาพื้นฐานให้แก่เด็กไปก่อน

“ทปอ.จะไม่หันหลังกลับไปอีก แล้ว แต่จะค่อยๆ ปรับปฏิทินการเรียนการสอนให้เป็นไปตามสากล เชื่อว่าเมื่อ ทปอ.เดินหน้าในเรื่องนี้ อาจจะมีปัญหาบ้าง แต่ค่อยๆ แก้ไขกันไป โดยจะเร่งทำความเข้าใจกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้มากที่สุด” นายสมคิดกล่าว

ด้าน นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวว่า จะรอฟังคำชี้แจงจาก ทปอ.ว่าเลื่อนเปิดภาคเรียนด้วยเหตุผลอะไร และเลื่อนออกไปเป็นช่วงเดือนไหน ตนจะดูว่าช่วงเดือนดังกล่าวส่งผลกระทบต่อนักเรียนอย่างไรบ้าง ทั้งนี้ การเลื่อนเปิดเรียนไม่ได้ส่งผลกระทบต่อมหาวิทยาลัยเท่านั้น แต่ยังกระทบถึงนักเรียนจำนวนมากด้วย ฉะนั้นจะมาตัดสินใจโดยพลการไม่ได้ แต่ต้องฟังเสียงส่วนใหญ่ด้วย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ปัจจุบันประเทศไทยจะเปิดเรียนภาคเรียนที่ 1 ช่วงเดือนมิถุนายน-ตุลาคม และภาคเรียนที่ 2 ช่วงเดือนพฤศจิกายน-มีนาคม แต่การเลื่อนเปิดเรียนให้ตรงกับสากลครั้งนี้ จะเสนอให้เลื่อนเปิดเรียนภาคเรียนที่ 1 เป็นช่วงเดือนกันยายน-ธันวาคม และภาคเรียนที่ 2 เป็นช่วงเดือนมกราคม-พฤษภาคม ทั้งนี้ การเลื่อนมาเป็นช่วงเวลาดังกล่าว จะสะดวกอย่างยิ่งหากประเทศในกลุ่มอาเซียนและประเทศสากล จัด กิจกรรมทางการศึกษา การแลกเปลี่ยนนักศึกษาระหว่างกัน หรือการแลกเปลี่ยนผู้บริหารระดับสูง รวมไปถึงการจบการศึกษา เป็นต้น

ที่มา: Matichon online

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *