5 นวัตกรรมไอที เปลี่ยนโลกใน 5 ปีข้างหน้า – ฉลาดคิด

วันที่ ๒๕ มกราคม ๒๕๕๕

…บทความทางวิชาการ…

ไอบีเอ็มเผย 5 นวัตกรรมล้ำยุค ที่คาดว่าจะเปลี่ยนแปลงชีวิตของคนเรารวมถึงเทคโนโลยีใหม่ ๆ ใน 5 ปีข้างหน้า “นางพรรณสิรี  อมาตยกุล” กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไอบีเอ็ม ประเทศไทย จำกัด   กล่าวว่า  ไอบีเอ็มได้คิดค้นนวัตกรรมทางด้านเทคโนโลยีใหม่ ๆ เพื่อช่วยสร้างสรรค์โลกให้ฉลาดขึ้นภายใต้แนวคิด “สมาร์ทเตอร์ แพลนเน็ต” (Smarter Planet) มาอย่างต่อเนื่องจากผลงานวิจัยในห้องทดลองของไอบีเอ็มทั่วโลก ซึ่งจะมีส่วนร่วมในการสร้างสรรค์นวัตกรรมเหล่านี้ให้กลายเป็นจริงได้

โดยล่าสุดไอบีเอ็มได้เปิดเผย 5 นวัตกรรมทางด้านเทคโนโลยีที่จะเปลี่ยนแปลงการดำเนินชีวิตของคนเราในอีก 5 ปีข้างหน้า  หรือ ไอบีเอ็ม ไฟว์ อิน ไฟว์   (IBM Five in Five)

นวัตกรรมแรกคือ  “มนุษย์สามารถสร้างพลังงานมาใช้ได้เอง” ซึ่งการเคลื่อนไหวต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นการเดิน วิ่ง ขี่จักรยาน และสิ่งต่าง ๆ รอบตัวเรา เช่นความร้อนจากคอมพิวเตอร์ก็สามารถสร้างพลังงานได้ และสามารถที่จะเก็บรวบรวมมาใช้งานภายในบ้าน สถานที่ทำงาน และเมืองต่าง ๆ โดยนักวิทยาศาสตร์ของไอบีเอ็มในไอร์แลนด์กำลังศึกษาวิธีการแปลงพลังงานคลื่น ในมหาสมุทรให้กลายเป็นกระแสไฟฟ้าและลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม

นวัตกรรมที่ 2 ก็คือ “มนุษย์จะใช้เสียงพูด ใบหน้าและดวงตาแทนรหัสผ่านได้” โดยในอนาคตเราจะไม่ต้องใช้รหัสผ่านอีกต่อไป เพราะข้อมูลทางไบโอเมตริก (Biometric) เช่น ข้อมูลเกี่ยวกับเค้าโครงใบหน้า การสแกนม่านตา และไฟล์เสียงพูด จะถูกประกอบเข้าด้วยกันผ่านทางซอฟต์แวร์ เพื่อสร้างรหัสผ่านออนไลน์ เราจึงสามารถเดินไปที่ตู้เอทีเอ็มเพื่อถอนเงินอย่างปลอดภัย โดยเพียงแค่พูดชื่อหรือมองเข้าไปในเซ็นเซอร์ขนาดเล็กที่สามารถรับรู้ความแตก ต่างในม่านตาของแต่ละคน

ส่วนนวัตกรรมที่ 3 คือ “มนุษย์สามารถใช้สมองสั่งงานแล็ปท็อปและโทรศัพท์มือถือได้” การอ่านใจจะไม่ใช่เรื่องที่พบเห็นได้เฉพาะในนิยายวิทยาศาสตร์อีกต่อไป ขณะนี้นักวิทยาศาสตร์ของไอบีเอ็มในสาขาวิชาชีวสารสนเทศ หรือไบโออินฟอเมติกส์ (Bioinformatics) กำลังทำการค้นคว้าวิธีการเชื่อมโยงสมองของคนเข้ากับอุปกรณ์ต่าง ๆ เช่น คอมพิวเตอร์ หรือสมาร์ทโฟน รวมถึงการออกแบบชุดหูฟังที่มีเซ็นเซอร์พิเศษสำหรับอ่านคลื่นไฟฟ้าสมอง รวมถึงสีหน้า ระดับความตื่นเต้น การมีสมาธิจดจ่อ และความคิดของบุคคล โดยที่บุคคลนั้นไม่จำเป็นต้องขยับร่างกาย

ภายใน 5 ปีข้างหน้าเราจะเริ่มเห็นการประยุกต์ใช้งานเทคโนโลยีนี้ในอุต สาหกรรมเกมและความบันเทิง  รวมถึงวงการแพทย์เพื่อทดสอบแบบแผนของสมอง และอาจช่วยในการฟื้นฟูผู้ป่วยที่เกิดภาวะเส้นเลือดสมองแตก และช่วยในการทำความเข้าใจเกี่ยวกับความผิดปกติของสมอง เช่น โรคสมาธิสั้น ได้อีกด้วย

สำหรับนวัตกรรมที่ 4  คือ “ทุกคนสามารถเข้าถึงข้อมูลต่าง ๆ ได้ทุกที่ทุกเวลาด้วยเทคโนโลยีโมบาย”โดยในช่วง 5 ปีนับจากนี้ ช่องว่างระหว่างผู้ที่มีข้อมูลและผู้ที่ไม่มีข้อมูลจะลดลงอย่างมาก เนื่องจากความก้าวหน้าของเทคโนโลยีโมบายอย่างเช่น ในอินเดียที่ไอบีเอ็มใช้เทคโนโลยีเสียงพูดและอุปกรณ์พกพาเพื่อช่วยให้ชาว ชนบทที่ไม่รู้หนังสือสามารถถ่ายทอดข้อมูลผ่านทางข้อความที่บันทึกไว้ใน โทรศัพท์  และการเข้าถึงข้อมูลได้อย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน เช่น การช่วยให้คนเหล่านี้สามารถตรวจสอบรายงานสภาพอากาศ รู้ว่าจะมีแพทย์เดินทางเข้ามาในเมืองเมื่อไร และยังสามารถตรวจสอบระดับราคารับซื้อที่ดีที่สุดสำหรับพืชผลทางการเกษตร

และนวัตกรรมที่ 5 คือ “คอมพิวเตอร์จะช่วยคัดกรองและแจ้งข้อมูลสำคัญที่สอดคล้องกับความต้องการของ เรา” ซึ่งในอีก 5 ปีข้างหน้า โฆษณาที่ไม่พึงประสงค์ อาจมีลักษณะสอดคล้องกับความต้องการของผู้รับอย่างมาก ทั้งนี้ไอบีเอ็มกำลังพัฒนาเทคโนโลยีที่ใช้ระบบวิเคราะห์ข้อมูลแบบเรียลไทม์ เพื่อกลั่นกรองและผนวกรวมข้อมูลจากทุกแง่มุมของชีวิต ตั้งแต่ข่าวสารไปจนถึงกีฬาและการเมือง

เทคโนโลยีจะรู้ว่าผู้รับชื่นชอบและต้องการอะไร เพื่อนำเสนอและแนะนำข้อมูลที่จะเป็นประโยชน์ตรงใจ ทำให้ต่อไปตั๋วคอน เสิร์ตของวงดนตรีที่ชอบจะถูกจองไว้ให้ทันทีที่เปิดขาย และจะสามารถซื้อตั๋วนั้นได้ทันทีจากอุปกรณ์พกพา.

ที่มา: เดลินิวส์ออนไลน์

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *