เคาะแล้ว!2,400บ.’แท็บเล็ต’จาก’สโคป’

วันที่ ๙ มีนาคม ๒๕๕๕

…Studio News…

‘ไอซีที’ ชงเข้าครม.ซื้อแท็บเล็ต ป.1 เก้าแสนเครื่อง จาก บ.เสิ่นเจิ้น สโคป ของจีน เคาะราคา 2,400 บาทต่อเครื่อง ‘อนุดิษฐ์’ มั่นใจประสิทธิภาพดีราคาเหมาะสม

น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการบริหารนโยบาย 1 คอมพิวเตอร์แท็บเล็ตต่อ 1 นักเรียน ว่า หลังจากกระทรวงการต่างประเทศได้นำสเปกและเงื่อนไขต่างๆ ของไทยไปเจรจากับสาธารณรัฐประชาชนจีน ทางจีนได้ส่งรายชื่อบริษัทที่สามารถผลิตคอมพิวเตอร์แท็บเล็ตตามสเปกและ บริหารจัดการได้ตามที่รัฐบาลไทยต้องการมา 4 บริษัท ได้แก่ บริษัท เสิ่นเจิ้น สโคป ไซแอนทิฟิก ดีเวลล็อปเมนต์ จำกัด (Shenzhen Scope Scientific Development Co, Ltd.) บริษัท ทีซีแอล คอร์ปอเรชั่น (TCL Corporation) บริษัท ไฮเออร์ อินฟอร์เมชั่น เทคโนโลยี (เสิ่นเจิ้น) จำกัด (Hier Information Technology (Shenzhen) Co, Ltd.) และบริษัท หัวเหว่ย เทคโนโลยี จำกัด (Huawei Technology Co, Ltd.)

กระทรวงไอซีที ซึ่งได้รับมอบหมายให้เป็นผู้จัดซื้อได้ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาและเดินทางไปดู การผลิตของทั้ง 4 บริษัทที่เมืองเสิ่นเจิ้น ประเทศจีน จากนั้นได้ให้คะแนนแต่ละบริษัท โดยพิจารณาที่สเปกของเครื่อง เงื่อนไขการรับประกัน และความพร้อมของโรงงาน ศักยภาพในการผลิต และได้นำเรื่องเข้าที่ประชุมคณะกรรมการบริหาร เพื่อเลือกบริษัทที่จะทำสัญญาจัดซื้อจัดจ้าง และนำเสนอให้คณะรัฐมนตรีให้ความเห็นชอบในการประชุมคณะรัฐมนตรีวันที่ 6 มีนาคม โดยคณะกรรมการบริหารได้เลือกบริษัทสโคป ซึ่งได้คะแนนเป็นอันดับ 1 ตามด้วยบริษัททีซีแอล บริษัทไฮเออร์ และบริษัทหัวเหว่ย ตามลำดับ

น.อ.อนุดิษฐ์ กล่าวต่อว่า บริษัทสโคป เสนอราคาเครื่องมาที่ 81 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 2,400 บาท (เป็นราคาที่ยังไม่รวมค่าขนส่ง) ส่วนทีซีแอลเสนอที่ 89 ดอลลาร์สหรัฐ และไฮเออร์เสนอ 103 ดอลลาร์สหรัฐ และหัวเหว่ยเสนอ 135 ดอลลาร์สหรัฐ เกือบทุกบริษัทสามารถผลิตเครื่องแท็บเล็ตได้ตามสเปกที่ไทยระบุไว้ อย่างไรก็ตาม สเปกบางประการมีการปรับเปลี่ยนเล็กน้อยเป็น 1จี เพื่อให้เข้ากับระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ เวอร์ชั่น 4.0 ขณะที่เครื่องที่ใช้อยู่ปัจจุบันส่วนใหญ่จะเป็นเวอร์ชั่น 2.3 และสโคปยังรับประกันเครื่องเป็นเวลา 2 ปี โรงงานมีความพร้อมในการผลิตสูง สามารถผลิตได้ 2.4 หมื่นเครื่องต่อวัน ซึ่งโดยทั่วไปบริษัทต่างๆ จะมีการผลิตใกล้เคียงกันอยู่ที่ 3 หมื่นเครื่องต่อวัน

“ผมจะขอความเห็นชอบจาก ครม.ให้จัดซื้อกับสโคป เมื่อ ครม.เห็นชอบแล้ว จะร่างสัญญาเสนออัยการสูงสุดตรวจทานสัญญา ก่อนจะลงนามเซ็นสัญญาร่วมกันระหว่างรัฐบาลไทยกับรัฐบาลจีน ส่วนการส่งมอบเครื่อง โดยปกติจะให้ส่งมอบภายใน 90 วัน ซึ่งน่าจะมีการทยอยส่งมอบทีละลอต”

น.อ.อนุดิษฐ์ กล่าวต่อว่า ราคาที่สโคปเสนอมานั้น ถูกกว่าราคาที่ตั้งไว้ที่เครื่องละ 3,100 บาท เพราะฉะนั้น งบประมาณที่ตั้งไว้ 1,900 ล้านบาท น่าจะเพียงพอสำหรับจัดซื้อเครื่องแท็บเล็ตแจกนักเรียน ป.1 ทุกคนประมาณ 8.6 แสนคน และจัดซื้อเพิ่มอีก 3% สำรองไว้ทดแทนกรณีเครื่องเสียหาย รวมแล้วจัดซื้อประมาณ 9 แสนเครื่อง

นายสุชาติ ธาดาธำรงเวช รมว.ศึกษาธิการ กล่าวว่า การที่ให้กระทรวงไอซีทีรับผิดชอบการกำหนดสเปก ไปถึงการจัดซื้อแท็บแล็ตทั้งหมดนั้น เนื่องจากเห็นว่ากระทรวงไอซีทีมีความเชี่ยวชาญ และมีเจ้าหน้าที่ที่ชำนาญมากกว่ากระทรวงศึกษาธิการ ส่วนที่ น.อ.อนุดิษฐ์ มีแนวคิดเสนอให้บรรจุเนื้อหา 8 สาขาวิชาที่นักเรียนจะต้องใช้เรียนลงไปในแท็บเล็ตแต่ละเครื่อง โดยไม่จำเป็นต้องมีไวไฟ เพราะเห็นว่าข้อมูลที่จะบรรจุก็เหมือนกันอยู่แล้ว อันนั้นเป็นแนวคิดส่วนตัวของ น.อ.อนุดิษฐ์ แต่ตนยังเห็นว่า อย่างไรก็ต้องใช้ควบคู่กับระบบไวไฟ เนื่องจากความชอบ หรือความสนใจของนักเรียนแต่ละคนไม่เหมือนกัน บางรายก็ชอบวิชาวิทยาศาสตร์ บางรายก็อาจชอบวิชาคณิตศาสตร์เป็นพิเศษ มีความแตกต่างกันไป เมื่อมีระบบไวไฟครอบคลุมทั้งหมด นักเรียนแต่ละคนก็จะสามารถดาวน์โหลดเนื้อหาแต่ละวิชาได้มากน้อยตามแต่ความ ต้องการสนใจหรือความถนัด หากสามารถทำได้เช่นนั้นน่าจะดีกว่า

นายปริญญา ศิริสารการ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) กล่าวว่า โครงการดังกล่าวถือว่าเป็นโครงการที่ดี แต่ไม่เห็นด้วยที่ครม.อนุมัติซื้อแท็บเล็ตจากสาธารณรัฐประชาชนจีน เพราะสินค้าที่ผลิตจากจีนส่วนใหญ่ไม่ค่อยมีคุณภาพและไม่ได้มาตรฐาน รัฐบาลสามารถรับประกันได้หรือไม่ว่าแท็บเล็ตดังกล่าวมีคุณภาพและจะไม่เกิด อันตรายต่อเด็กนักเรียนได้ รวมทั้งขอถามว่านอกจากตัวเครื่องแท็บเล็ตแล้ว รัฐบาลได้เตรียมแบตเตอรี่และจุดเสียบปลั๊กไฟไว้รองรับด้วยหรือไม่ เพราะถ้าหนึ่งห้องเรียนมีนักเรียน 50 คน มีแท็บเล็ต 50 เครื่องก็จะต้องมีจุดเสียบปลั๊กไว้สำหรับชาร์จไฟฟ้า 50 จุด

ด้านนายสุทธิชัย วีรกุลสุนทร สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) เขตจอมทอง ในฐานะประธานสภากรุงเทพมหานคร ให้สัมภาษณ์กรณีที่สภาผู้แทนราษฎรเตรียมแจกแท็บเลตให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) ว่า เรื่องนี้ตนเห็นด้วยเพราะ ส.ส.ควรจะใช้ทำงานในระบบอิเล็กทรอนิกส์ดีกว่า เนื่องจากกรุงเทพฯ เป็นเมืองหลวงที่มีเทคโนโลยีที่ดี ในส่วนสภา กทม.จะใช้งบประมาณของตัวเองดำเนินการตามสภาผู้แทนราษฎร โดยคาดว่าโครงการนี้เกิดขึ้นแน่นอนเช่นกัน เพื่อแจกให้ส.ก.ทุกคน เพราะขณะนี้ถือว่าราคาแท็บเล็ตไม่สูงมาก จุดประสงค์เพื่อรับเรื่องร้องเรียนจากประชาชนผ่านทางเฟซบุ๊กและอีเมล เพื่อให้ ส.ก.ทำงานได้สะดวกมากขึ้น ซึ่งเรื่องนี้ตนจะให้เป็นนโยบายต่อทาง ส.ก.ต่อไป

ที่มา: http://www.norsorpor.com

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *