|
วันที่ ๒ พฤษภาคม ๒๕๕๕ …บทความทางวิชาการ… “การเตรียมความพร้อมให้แก่เยาวชนในการก้าวสู่ประชาคมอาเซียน ปี พ.ศ.2558 นั้น เป็นเรื่องเร่งด่วนของภาครัฐ เอกชน สถานศึกษา และทุกภาคส่วน ที่จะต้องให้ความสำคัญในการจัดกิจกรรมเพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมให้แก่ เยาวชนที่อยู่ในความดูแล” นายปิ่นชาย ปิ่นแก้ว ผอ.สำนักงานส่งเสริมสวัสดิภาพและพิทักษ์เด็ก เยาวชน ผู้ด้อยโอกาส และผู้สูงอายุ (สท.) กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กล่าว สท.และกระทรวงการพัฒนาสังคมฯ ได้เตรียมความพร้อมให้แก่กลุ่มเป้าหมาย และบุคลากรของ สท. ให้มีความรู้ความเข้าใจในการเป็นประชาคมอาเซียน มีการจัดกิจกรรมเฉพาะกลุ่ม เช่น เยาวชนกับการก้าวสู่ประชาคมอาเซียน จัดกิจกรรมร่วมกับเด็กและเยาวชนในประเทศอาเซียนเพื่อนบ้าน เปิดโอกาสให้เขาเหล่านั้นได้เข้าร่วมโครงการแลกเปลี่ยนเยาวชนที่ สท.มีความร่วมมือกับองค์กรระหว่างประเทศ เพื่อให้เยาวชนมีโอกาสรปรับบทบาทเข้าสู่เวทีสากล |
|
|
เช่นโครงการเรือเยาวชนเอเชียอาคเนย์ ที่สนับสนุนโดยรัฐบาลญี่ปุ่น และมีประเทศอาเซียน 10 ประเทศให้ความร่วมมือ จัดกิจกรรมร่วมกันระหว่างการเดินทางโดยเรือ เช่นการอภิปรายทางวิชาการ การศึกษาดูงาน การแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรม กิจกรรมเพื่อสังคม โครงการเยาวชนลุ่มน้ำโขง ซึ่งประเทศไทยเป็นเจ้าภาพร่วมกับประเทศจีน เปิดโอกาสให้เยาวชนไทยและเยาวชนจากประเทศเพื่อนบ้านคือกัมพูชา ลาว พม่า และเวียดนามได้ทำกิจกรรม และแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรม ตลอดจนโครงการแลกเปลี่ยนเยาวชน ค่ายผู้นำเยาวชนกับประเทศเพื่อนบ้าน จีน เกาหลี โครงการชุมนุมเด็กแห่งภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ณ ฟุกุโอกะ รวมทั้งโครงการเทศกาลงานวันเด็กเยาวชนนานาชาติ โครงการฝึกอบรมผู้นำเยาวชนอาเซียน ณ ประเทศจีน โครงการแลกเปลี่ยนเยาวชนและผู้ปฏิบัติงานกับประเทศอาเซียน+3 โครงการทำงานและท่องเที่ยวในประเทศออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ เป็นต้น “ในอนาคตจะมีการจัดทำโครงการเยาวชนไทยกับการก้าวสู่ประชาคมอาเซียน เป็นโครงการประจำปีงบประมาณ 2556 จัดทำข้อเสนอต่อรัฐมนตรีอาเซียนด้านเยาวชน เพื่อเห็นชอบการผลักดันให้มีแผนงาน/โครงการ เพื่อส่งเสริมการเตรียมความพร้อมเยาวชนในการก้าวสู่ประชาคมอาเซียน กำหนดให้เรื่องการเตรียมความพร้อมเยาวชน เป็นวาระเร่งด่วนในการพัฒนาศักยภาพสภาเด็กและเยาวชน การเพิ่มความร่วมมือกับประเทศต่างๆ เพื่อให้มีการขยายการดำเนินงานแลกเปลี่ยนเยาวชนไทยกับต่างประเทศมากขึ้น” นายปิ่นชายกล่าว ในส่วนของเยาวชนที่จะต้องเตรียมความพร้อมเข้าสู่ประชาคมอาเซียนนั้น นักศึกษาปี 1 ในปีการศึกษานี้ จะจบการศึกษาในช่วงประเทศไทยเข้าสู่ประชาคมอาเซียนพอ ดี พงษ์อำมาตย์ ศรีวัง หรือซีเกมส์ นักศึกษาปี 3 นายกสโมสรคณะวิศวกรรมศาสตร์ ม.บูรพา บอกว่า แนวทางการรับน้องในปี 2555 มีการเตรียมการรับน้องเชิงสร้างสรรค์ควบคู่กับการส่งเสริมทางด้านวิชาการ ตามนโยบายสโมสรนิสิต ซึ่งทำกิจกรรมโดยใช้ผลจากการประเมินตามระบบเคพีไอมาประกอบ เพื่อเตรียมตัวที่จะเข้าสู่ประชาคมอาเซียน กิจกรรมต่างๆ ในการรับน้องได้แก่ กิจกรรมชุมนุมวิศวอาสา โครงการสร้างห้องสมุด กิจกรรมทำความสะอาดชายหาดบางแสน กิจกรรม Big cleaning day “น้องเน” กัลย์สุดา อาษานอก อายุ 14 ปี โรงเรียนผดุงนารี อ.เมือง จ.มหาสารคาม ซึ่งทำงานด้านเยาวชนมาตั้งแต่อยู่ชั้น ป.2 มองว่าการก้าวเข้าสู่ประชาคมอาเซียนเป็น การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ดังนั้นภาครัฐจะต้องเตรียมความพร้อม โดยเฉพาะด้านเยาวชนที่เป็นอนาคตของชาติ ต้องได้รับการพัฒนา และปลูกฝังให้ทราบข้อมูลว่าประเทศกำลังจะเดินไปในทิศทางไหน ต้องปลูกฝังเด็ก และเยาวชนไทยอีกหลายล้านคนที่อาจจะยังไม่ทราบว่าอาเซียนคืออะไร ถ้าหากรับรู้รวมกันแล้ว ก็จะทำให้การพัฒนาไปในทางเดียวกัน “เยาวชนเป็นส่วนสำคัญในอนาคตข้างหน้า ที่จะมาพัฒนาประเทศ ที่สำคัญคืออยากให้เยาวชนทุกคนตื่นตัวเข้าหาอาเซียน โดยทุกคนต้องช่วยกัน เพื่อประเทศของเรา ที่สำคัญเยาวชนเองก็จะต้องหมั่นศึกษาหาความรู้ โดยเฉพาะการฝึกฝนภาษาอังกฤษ ที่จะเป็นภาษาที่ใช้ในการสื่อสารกับสมาชิกในอาเซียน ประกอบกับเรียนรู้ภาษาของประเทศเพื่อนบ้าน เพราะในปี 2558 จะมีการเคลื่อนย้ายแรงงานในกลุ่มอาเซียนอย่างเสรี ซึ่งหากเยาวชน และแรงงานไทยไม่มีความพร้อม และมีความสามารถไม่พอกับการแข่งขัน ก็จะพลาดตำแหน่งงานดีๆ ได้เช่นเดียวกัน” น้องเนกล่าว ……………………. |
Categories: บทความทางวิชาการ
0 Comments